ช่องทางการโฆษณาทางเฟสบุค ถือเป็นเครื่องมือสำคัญอันดับต้นๆ ที่หลายแบรนด์นำมาใช้ทำการตลาดออนไลน์ จากอดีตที่จำนวนยูสเซอร์เพียงไม่กี่คนในแคมปัสเล็กๆ ในปี 2004 จนมาถึง 1.47 ล้านยูสเซอร์ต่อวันในปัจจุบัน

บรรดานักการตลาดคงเห็นได้ว่า Facebook ได้มีการอัพเดทและเปลี่ยนแปลงอัลกอริธึ่มตลอดเวลา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรเปิดรับและปรับกลยุธ์ให้เหมาะสมกับการปรับเปลี่ยนนั้นๆ จากแต่ก่อนที่บรรดา Page ต่างๆ ต้องการเพียงแค่ยอด Like ให้มากนี้สุดเพื่อที่จะให้หน้าเพจอยู่ในฟีด เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น การลดยอด Reach ของ Business Page ลง หลายแบรนด์จึงหันมาโฟกัสในเรื่องการสร้าง relationship กับกลุ่มเป้าหมาย เพราะจำนวนผู้ติดตาม (follower) หรือยอด engagement ไม่ได้ส่งผลต่อการปรากฎบนหน้าฟีดอีกต่อไป

#1 Personalization

หลายคนคงเคยเห็นข้อความ “We’ve been friends for X years!” จากเฟสบุค นั่นคือตัวอย่างที่ดีของการ Personalization หรือการเข้าถึงตัวบุคคลโดยเฉพาะเจาะจง หลายแบรนด์หันมาใช้กลยุทธ์นี้กับการสร้างคอนเทนต์ที่ไม่ใช่เพียงแต่โพสต์โปรโมชั่น หรือบริการของตัวเอง แต่เริ่มสร้างคอนเทนต์หลากหลายประเภทที่เฉพาะเจาะจงกับกลุ่มเป้าหมายของตนเอง

#2 Communication

รู้หรือไม่ว่าลูกค้า หรือ ยูสเซอร์ให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านทาง Facebook Messenger แทนการโทรหรืออีเมลล์ เพราะพวกเค้าคาดหวังจะได้รับการตอบรับที่รวดเร็วกว่าช่องทางอื่นๆ และหากเราตอบรับเร็วเท่าไร ก็จะยิ่งเพิ่ม Responsive Rate ให้กับเพจแบรนด์ และทำให้ลูกค้าพอใจมากยิ่งขึ้นด้วย

#3 Dynamic Marketing

เฟสบุคได้สร้าง tool หลากหลายในการโต้ตอบ หรือ interact กับยูสเซอร์ เช่น ปุ่มแสดงอารมณ์, การสร้าง Poll, Live Video, 360 Video ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ยูสเซอร์ และนั่นจะส่งผลต่อยอด Reach ของเพจไม่มากก็น้อย

#4 Community Building

การสร้างกลุ่มย่อยที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ตัวเอง เป็นอีกช่องทางในการ engage กับกลุ่มเป้าหมาย และตอบโจทย์ในเรื่องประสบการณ์ระหว่าง person-to-person ได้เป็นอย่างดี

Credit: AdEspresso

Background image created by Freepik