ปรากฏการณ์ที่ค่อนข้างเขย่าขวัญ Marketeer ในช่วงปลายๆ ปี 2017 (ที่ตอนนั้นยังเป็นข่าวลือ) ถึง ต้นปี 2018 (ซึ่งเป็นความจริงไปซะแล้ว T^T) ก็คือการประกาศจาก Mark Zuckerberg ว่าด้วยเรื่องการลดยอด Reach สำหรับโพสต์ประเภท Organic (โพสต์สำหรับ Business Page ทั้งหลายที่ไม่ได้ใช้ Ad) เพื่อให้ยูสเซอร์ได้รับรู้ข่าวสาร นิวส์ฟีดจากครอบครัวและเพื่อนฝูงในเครือข่ายมากกว่า ซึ่งโพสต์จากธุรกิจ ร้านค้า หรือแบรนด์ต่างๆที่เป็นแบบออแกนิคหรือฟรีนี้ จะโชว์ในหน้าฟีดน้อยลงๆ จนถึงแทบจะไม่โชว์เลยทีเดียว

แต่จะทำอย่างไรดีล่ะ ถ้านักการตลาดดิจิตอลยังต้องอัพโพสต์ทุกวัน จะใช้ Ad ทุกวันก็คงไม่ดีนัก Hootsuite (เว็บที่บริการจัดระเบียบสื่อโซเซี่ยวชื่อดัง) ได้เสนอทิปส์ดีๆ ที่ควรรู้ดังนี้:

  1. เพิ่มลูกเล่นในการโพสต์แต่ละช่องทางโซเชี่ยลให้ต่างกัน

อย่าได้รีโพสต์คอนเทนต์เดียวกันในทุกๆ แพลตฟอร์มเชียว! ยกตัวอย่างการโพสต์ใน Twitter ที่เป็นช่องทางที่ยูสเซอร์จะมาถกประเด็นต่างๆ ตาม # เราก็สามารถสร้าง Topic ที่น่าสนใจตามเหตุการณ์บ้านเมืองที่สามารถเชื่อมโยงให้เข้ากับเนื้อหาหรือโปรดักส์เราได้ หรือคอนเทนต์ที่จะโพสต์ลง Facebook ก็อาจเป็น blog วิดีโอสั้นๆ ไลฟ์สด หรือข่าวและกิจกรรมอัพเดท เป็นต้น

  1.  แชร์บทความน่าสนใจจากแหล่งอื่น

จริงๆ แล้วการ marketing ที่ดีนั้น ไม่จำเป็นว่าต้องนำเสนอทุกอย่างที่เป็น ‘ของเรา’ เสมอไป การแชร์หรือนำคอนเทนต์จากแหล่งอื่นที่เกี่ยวข้องหรือมีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายก็ช่วยกระตุ้นการ engage หรือนำไปแชร์ต่อได้อีกทางนึง

  1. รู้จักอัลกอริธึ่ม (Algorithms)

อัลกอริธึ่มในแต่ละแพลตฟอร์มถูกออกแบบมาดึงคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องและเป็นที่ต้องการของยูสเซอร์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าอัลกอริธึ่มในเพลานี้จะโฟกัสไปที่โพสต์จากเพื่อนในเครือข่ายของยูสเซอร์เป็นอันดับแรก

มันเป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อยถ้าเราจะเรียนรู้และศึกษาอัลกอริธึ่มของแต่ละช่องทางโซเชี่ยลอย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาพฤติกรรมในการเข้าถึงคอนเทนต์ของยูสเซอร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

  1.  ง่ายดายแค่ใช้ Ad!

วิธีที่ง่ายยยยย~~ที่สุดก็คือการใช้ Ad ไม่ว่าจะทั้งแบบ Ads, sponsored content หรือ boosted post ในการ Reach กลุ่มเป้าหมาย แต่การใช้และควบคุมงบจ่าย Ad โปรโมทคอนเทนต์ที่จะโดนใจกลุ่มเป้าหมายนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว การศึกษาการยิง Ad ในแต่ละแพลตฟอร์ม วิเคราะห์และวัดผล  สามารถช่วยให้เรายิงคอนเทนต์ที่โดนจริงๆ ในการจ่ายหนึ่งครั้ง ส่งผลให้ได้ทั้ง brand awareness และได้ follower ใหม่ๆ เพื่อจะนำไปสู่การมองเห็นโพสต์แบบ Organic ในอนาคต

  1. ใช้ Influencer

บ้านเรากำลังฮิตกับการใช้ Influencer หรือบุคคลผู้มีอิทธิพลในโลกโซเชี่ยลในคอนเทนต์ที่ต่างๆกัน มาเป็นเครื่องมือในการทำการตลาด หลักการคือ เลือก influencer ที่ถูกคนถูกแบรนด์ ยอด follower เยอะไม่ได้ดีเสมอไป ให้มองไปที่ยอด engage เครดิต แอทติจูดของบุคคลนั้นจะสต์ดีกว่า โบนัสคือ influencer ที่ยอดผู้ติดตามน้อยกว่าย่อมมีค่าโฆษณาที่ย่อมเยาว์กว่า

  1. สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ!

จริงๆ สิ่งนี้ผู้เขียนคิดว่าสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เลยด้วยซ้ำ ทุกครั้งที่สร้างคอนเทนต์ให้ลองสมมติว่าเราเป็นยูสเซอร์ หรือกลุ่มเป้าหมายว่า ถ้าเจอคอนเทนต์อย่างนี้จะเปิดอ่าน แชร์ต่อ หรือเลื่อนผ่าน? คอนเทนต์ดีก็ทำให้คนอยากติดตามและกลับมาอ่านต่อซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลต่ออัลกอริธึ่มที่จะดันโพสต์ของเราให้เห็นมากขึ้นในนิวส์ฟีด

  1. โพสต์สม่ำเสมอ

คงไม่ดีนักถ้ายูสเซอร์สนใจเพจแต่เปิดมาเจอโพสต์ของเพจที่อัพล่าสุดในปี 2011! การโพสต์อย่างสม่ำเสมอมีผลดีต่ออัลกอริธึ่มในแง่ของการ engage ของยูสเซอร์และการส่งข้อมูลอย่างต่อเนื่องแก่ robot

  1. Video! Video!

ยังไม่หมดหวังซักทีเดียว เพราะ Facebook และโซเชี่ยลมีเดียแพลตฟอร์มอื่นๆ เริ่มปรับอัลกอริธึ่มให้คอนเทนต์ประเภทวิดีโอ Reach ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น วิดีโอสั้นหรือ ไลฟ์สด แต่กระนั้นคอนเทนต์ประเภทนี้อาจต้องใช้ขั้นตอนและแพลนในการเล่าเรื่องราวที่จะตอบโจนท์กลุ่มเป้าหมายในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว

  1. Stories

ฟีเจอร์ Stories ในเฟสบุคและอินสตาแกรมเริ่มมีบทบาทมากขึ้นแม้จะมองไม่เห็นเด่นชัดนักในหน้าฟีด (หากมี verified account ในอินสตาแกรม จะมีฟังค์ชั่นน่าสนใจเช่นการ direct link ไปยังหน้า Landing Page — อันนี้ต้องลอง)

  1. ตั้งกลุ่มเล็กๆ ขึ้นมาในพื้นที่โซเชี่ยล

สร้างกรุ๊ป หรือ community สำหรับยูสเซอร์ที่ต้องการแชร์ความสนใจที่คล้ายๆ กัน การใช้ # ใน twitter สร้างชุมชนเล็กๆ ขึ้นมาก็เป็นการเพิ่ม engagement ที่น่าสนใจ

  1. Analytics

Analytics ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่แทบจะมีในทุกๆ แพลตฟอร์ม เช่น Insights ในเฟสบุค ซึ่งมีประโยชน์มากๆ ในการศึกษาและวิเคราะห์ยูสเซอร์ที่เข้ามาอ่านหรือ engage ในแต่ละโพสต์ของเรา เพื่อนำข้อมูลไปสู่กลยุทธ์ในด้านการตลาดต่อไป

Credit: Hootsuite